วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Microsoft Access


Microsoft Access คืออะไร

     Microsoft Access คือ โปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างแบบสอบถามได้ง่าย มีวัตถุคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิก เพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง สามารถใช้โปรแกรมนี้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ก็ได้
     ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) ต่างกับ วิชวลเบสิก (Visual Basic) หรือวิชวลเบสิกดอทเน็ต (Visual Basic .Net) เพราะ วิชวลเบสิกไม่มีส่วนเก็บข้อมูลในตนเอง แต่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนไมโครซอฟท์แอคเซสเหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ไม่ต้องการโปรแกรมที่ซับซ้อน ความสามารถของโปรแกรมที่สำคัญคือสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและวิซซาร์ดจึงอำนวยให้พัฒนาโปรแกรมให้แล้วเสร็จได้ในเวลาอันสั้น มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วน

MySQL



MySQL คืออะไร
     MySQL เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล Relational Database Management System (RDBMS) เป็นฐานข้อมูลที่สามารถจัดเก็บ ค้นหา เรียงข้อมูล และดึงข้อมูล MySQL มีความสามารถให้ผู้ใช้งานเข้าดึงข้อมูลได้หลายๆคนในเวลาเดียวกันได้และมีการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว มีการกำหนดการเข้าใช้งานของผู้ใช้ในแบบต่างๆอย่างเหมาะสม ปลอดภัย MySQL ถูกใช้งานเมื่อปี 1996 แต่โปรแกรมนี้พัฒนาตั้งแต่ปี 1979 และชนะรางวัล Linux Journal Reader ‘s Choice Award 3ปีซ้อน
          ปัจจุบัน MySQL ได้ใช้งานแพร่หลายโดยเป็นโปรแกรม Open Source License แต่ก็มีแบบ Commercial License ให้ใช้ด้วย โดยคุณสมบัติจะแตกต่างกันออกไป

   ทำไมเมื่อใช้ PHP แล้วต้องใช้ MySQL เป็นระบบฐานข้อมูลร่วม?
         หากเราต้องการสร้างเว็บไซต์สักหนึ่งแห่ง จะต้องทำการเลือกอุปกรณ์สำหรับทำ Web Server, ระบบปฏิบัติการ, โปรแกรม Web Server, โปรแกรมฐานข้อมูล และสคริปภาษาโปรแกรม ตัวเลือกต่างๆนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆคน หลายเหตุผล เช่น มีระบบปฏิบัติการไม่กี่โปรแกรม ที่สามารถใช้งานได้ทุก Hardware หรือ ทุกภาษาไม่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลได้ เป็นต้น

          จากประโยคข้างต้นนี้ PHP เป็นภาษาที่สนับสนุนทุกๆ OS ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Linux ซึ่ง MySQL ก็สามารถสนับสนุนหลายๆ OS เช่นกัน โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการ Linux ที่ทำให้ PHP ทำงานได้ประสิทธิภาพ และปัจจุบันมีการออกแบบ package โปรแกรมติดตั้ง PHP ก็จะติดตั้ง MySQL มาให้ทันที ทั้งสะดวกแก่การทำงานและมีตัวจัดการฐานข้อมูลซึ่งเป็นโปรแกรมเว็บราวเซอร์ที่พัฒนามาจากภาษา PHP มีชื่อว่า PhpMyAdmin

Oracle คืออะไร

Oracle คืออะไร
   
      Oracle คือ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ผลิตโดยบริษัทออราเคิล ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือ DBMS(Relational Database Management System) ตัวโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางคอยติดต่อ ประสาน ระหว่างผู้ใช้และฐานข้อมูล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานฐานข้อมูลได้สะดวกขึ้น เช่นการค้นหาข้มูลต่างๆภายในฐานข้อมูลที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบถึงโครงสร้างภายในของฐานข้อมูลก้สามารถเข้าใช้ฐานข้อมุลนั้นได้
    
    ข้อดีของ Oracle
    
    1.เทคโนโลยี Rollback Segment ถูกนำมาใช้ในโปรแกรม Oracle ประโยชน์ Rollback Segment คือ สามารถจัดการกับข้อมูลในกรณีที่เกิดการล้มเหลวของระบบ หรือภาวะระบบไม่สามารถให้บริการได้ ด้วยเทคโนโลยี Rollback Segment จะจัดการ Instance Recovery ข้อมูลไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจาก การล้มเหลวของระบบ ได้อย่างดีมาก  
    2. Oracle ยังมีส่วนที่เรียกว่า Timestamp ทำงานเกี่ยวข้องกับ Concurrency Control เป็นส่วนที่จัดการการทำงานกับหลาย ๆ Transaction ในเวลาเดียวกัน โดยทุก ๆ Transaction จะมี Timestamp เป็นตัวกำหนดเวลาเริ่มต้นของการประมวลผล (Process) ซึ่งช่วยในการขจัดปัญหาหลักของ Concurrency Problems 
    3.Oracle ใช้ได้กับฐานข้อมูลกว่า 80 แพลตฟอร์ม ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์บนเมนเฟรม, มินิคอมพิวเตอร์, พีซี บนระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Window 9x, NT, Window CE, UNIX, SOLARIS, LINUX  โดยที่ในทุกพอร์ตมีโครงสร้างการเหมือนกันๆหมด คำสั่งที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถนำข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งไปพอร์ตอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา
  
    ประเภทของ Oracle   
    
     1. Personal Oracle
   
     2. Oracle Server
      
      ทั้ง 2 แบบนี้มีลักษณะการใช้งานและคำสั่งเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ Personal Oracle คือฐานข้อมูลที่เมื่อติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้ใช้จะต้องนั่งทำงานกับ Oracle นี้ที่หน้าเครื่องท่านั้น ส่วนของ Oracle Server คือ ฐานข้อมูลในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งโปรแกรมของ Oracle Server ไว้ และยอมให้ผู้ใช้งานเรียกฐานข้อมูล หรือจัดการกับข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้(เรียกเครื่องอื่นๆ เป็นไคลเอนต์) ดังนั้นถ้าต้องการให้มีผู้เรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลหลาย ๆ คนได้ ก็ควรต้องเลือกแบบที่เป็น Oracle Server

ฟังก์ชัน PHP


ฟังก์ชัน PHP

ฟังก์ชันในโปรแกรมส่วนใหญ่ได้รับการเรียกคำสั่งเพื่อทำงานอย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้คำสั่งอ่านได้ง่ายและยอมให้ใช้คำสั่งใหม่แต่ละครั้งเมื่อต้องการทำงานเดียวกัน

ฟังก์ชันเป็นโมดูลเก็บคำสั่งที่กำหนดการเรียกอินเตอร์เฟซ ทำงานเดียวกัน และตัวเลือกส่งออกค่าจากการเรียกฟังก์ชัน คำสั่งต่อไปเป็นการเรียกฟังก์ชันอย่างง่าย

my_function ();

คำสั่งเรียกฟังก์ชันชื่อ my_function ที่ไม่ต้องการพารามิเตอร์ และไม่สนใจค่าที่อาจจะส่งออกโดยฟังก์ชันนี้


ฟังก์ชันจำนวนมากได้รับการเรียกด้วยวิธีนี้ เช่น ฟังก์ชัน phpinfo () สำหรับแสดงเวอร์ชันติดตั้งของ PHP สารสนเทศเกี่ยวกับ PHP การตั้งค่าแม่ข่ายเว็บ ค่าต่างๆ ของ PHP และตัวแปร ฟังก์ชันนี้ไม่ใช้พารามิเตอร์และโดยทั่วไปไม่สนใจค่าส่งออก ดังนั้นการเรียก phpinfo () จะประกอบขึ้นดังนี้


phpinfo ();


☼ การกำหนดฟังก์ชันและการเรียกฟังก์ชัน 


การประกาศฟังก์ชันเริ่มต้นด้วยคีย์เวิร์ด function กำหนดชื่อฟังก์ชัน พารามิเตอร์ที่ต้องการ และเก็บคำสั่งที่จะประมวลผลแต่ละครั้งเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้

<?php

function function_name(parameter1,…)
{

ชุดคำสั่ง …

}
?>

ชุดคำสั่งต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดในวงเล็บปีกกา ({ }) ตัวอย่างฟังก์ชัน my_function

<?php
function my_function()
{

$mystring =<<<BODYSTRING
my function ได้รับการเรียก

BODYSTRING;
echo $mystring;

}
?>

การประกาศฟังก์ชันนี้ เริ่มต้นด้วย function ดังนั้นผู้อ่านและตัวกระจาย PHP ทราบว่าต่อไปเป็นฟังก์ชันกำหนดเอง ชื่อฟังก์ชันคือ my_function การเรียกฟังก์ชันนี้ใช้ประโยคคำสั่งนี้
my_function ();

การเรียกฟังก์ชันนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นข้อความ "my function ได้รับการเรียก " บน browser


☼ การตั้งชื่อฟังก์ชัน ☼ 


สิ่งสำคัญมากในการพิจารณาเมื่อตั้งชื่อฟังก์ชันคือชื่อต้องสั้นแต่มีความหมาย ถ้าฟังก์ชันสร้างส่วนตัวของเพจควรตั้งชื่อเป็น pageheader () หรือ page_header ()

ข้อจำกัดในการตั้งชื่อคือ


ฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกับฟังก์ชันที่มีอยู่
ชื่อฟังก์ชันสามารถมีได้เพียงตัวอักษรตัวเลข และ underscore
ชื่อฟังก์ชันไม่สามารถเริ่มต้นด้วยตัวเลข
หลายภาษายอมให้ใช้ชื่อฟังก์ชันได้อีก ส่วนการทำงานนี้เรียกว่า function overload อย่างไรก็ตาม PHP ไม่สนับสนุน function overload ดังนั้นฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกันกับฟังก์ชันภายใน หรือฟังก์ชันกำหนดเองที่มีอยู่

หมายเหตุ ถึงแม้ว่าทุกสคริปต์ PHP รู้จักฟังก์ชันภายในทั้งหมด ฟังก์ชันกำหนดเองอยู่เฉพาะในสคริปต์ที่ประกาศสิ่งนี้หมายความว่า ชื่อฟังก์ชันสามารถใช้ในคนละไฟล์แต่อาจจะไปสู่ความสับสน และควรหลีกเลียง

ชื่อฟังก์ชันต่อไปนี้ถูกต้อง 
name ()
name2 ()
name_three ()
_namefour ()

ชื่อไม่ถูกต้อง 
5name ()
Name-six ()
fopen ()

การเรียกฟังก์ชันไม่มีผลจากชนิดตัวพิมพ์ ดังนั้นการเรียก function_name (), Function_Name() หรือ FUNCTION_NAME() สามารถทำได้และมีผลลัพธ์เหมือนกัน แต่แบบแผนการกำหนดชื่อฟังก์ชันใน PHP ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็ก

ชื่อฟังก์ชันแตกต่างจากชื่อตัวแปร โดยชื่อตัวแปรเป็นชนิดตัวพิมพ์มีผล ดังนั้น $Name และ $name เป็น 2 ตัวแปร แต่ Name () และ name () เป็นฟังก์ชันเดียวกัน


☼ การหยุดประมวลผลภายในฟังก์ชัน 


คีย์เวิร์ด return หยุดการประมวลผลฟังก์ชัน ฟังก์ชันสิ้นสุดได้เพราะประโยคคำสั่งทั้งหมดได้รับการประมวลผล หรือ ใช้คีย์เวิร์ด return การประมวลผลกลับไปยังประโยคคำสั่งต่อจากการเรียกฟังก์ชัน

<?php

function division($x, $y)
{

if ($y == 0 || !isset($y))
{

echo " ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า" ;
return;

}

$result = $x / $y;
echo $result;

}
?>

ถ้าประโยคคำสั่ง return ได้รับการประมวลผล บรรทัดคำสั่งต่อไปในฟังก์ชันจะถูกข้ามไป และกลับไปยังผู้เรียกฟังก์ชันนี้ ในฟังก์ชันนี้ ถ้า y เป็น 0 จะหยุดการประมวลผล ถ้า y ไม่เท่ากับ 0 จะคำนวณผลหาร

สมมติป้อนค่าเป็น
x = 4, y = 0
x = 4
x = 4, y = 2

ผลลัพธ์ของคำสั่ง คือ
x = 4, y = 0 ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = 2 ผลลัพธ์ 2


☼ การเรียกฟังก์ชัน 



เมื่อฟังก์ชันได้รับการประกาศหรือสร้างขึ้นแล้ว การเรียกฟังก์ชันสามารถเรียกมาจากที่ใดๆ ภายในสคริปต์ หรือ จากไฟล์ที่มีการรวมด้วยประโยคคำสั่ง include() หรือ require()

ตัวอย่าง ฟังก์ชัน show_message() เก็บอยู่ในไฟล์ fn_ 03 _keeper.php ส่วนผู้เรียกอยู่ในสคริปต์ fn_ 03 _caller.php

<?php

include("fn_ 03 _keeper.php");
show_message();

?>


☼ พารามิเตอร์ 


ตามปกติฟังก์ชันส่วนใหญ่ต้องการรับสารสนเทศจากผู้เรียกสำหรับการประมวลผล โดยทั่วไปเรียกว่า พารามิเตอร์

ไวยากรณ์พื้นฐาน

การกำหนดฟังก์ให้รับพารามิเตอร์ส่งผ่านโดยการวางข้อมูล ชื่อตัวแปรที่เก็บข้อมูลภายในวงเล็บหลังชื่อฟังก์ชัน การเรียกฟังก์ชันที่ประกอบด้วยพารามิเตอร์เขียนดังนี้

<?php

function show_parameter($param1, $param2, $param3)
{

echo <<<PARAM
รายการพารามิเตอร์ <br/>
param1: $param1 <br/>
param2: $param2 <br/>
param3: $param3 <br/>

PARAM;

}
?>

พารามิเตอร์ที่ส่งไปยังฟังก์ชันแยกกันเครื่องหมายจุลภาคภายในวงเล็บ โดยสามารถส่งเป็นนิพจน์สำหรับแต่ละพารามิเตอร์ด้วย ตัวแปร ค่าคงที่ ผลลัพธ์จากการคำนวณ รวมถึงการเรียกฟังก์ชัน

scope ของพารามิเตอร์จำกัดภายในฟังก์ชัน ถ้าชื่อตัวแปรเหมือนกับตัวแปรใน scope ระดับอื่น พารามิเตอร์นี้ "ระบุ" เป็นตัวแปรภายในที่ไม่มีผลกับตัวแปรภายนอกฟังก์ชัน


☼ การส่งผ่านโดยค่า(By Value) 


ตามปกติการส่งผ่านพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันเป็นการส่งผ่านค่า การเปลี่ยนแปลงจะจำกัดภายในเฉพาะภายในฟังก์ชัน

ตัวอย่างฟังก์ชัน new_value () ที่ยอมให้เพิ่มค่า อาจจะเขียนคำสั่งดังนี้

<?php

function new_value($value, $increment= 1)
{

$value = $value + $increment;

}

$value = 10 ;
new_value($value);
echo "$value<br/>\n";

?>

คำสั่งนี้ใช้ไม่ได้ ผลลัพธ์จะเป็น "10" ค่าใหม่ของ $value ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สิ่งนี้เป็นเพราะกฎ scope คำสั่งนี้สร้างตัวแปรเรียกว่า $value เป็น 10 เมื่อเรียกฟังก์ชัน new_value () ตัวแปร $value ในฟังก์ชันได้รับการสร้างเมื่อเรียกฟังก์ชัน ค่า 1 ได้รับการเพิ่มให้กับตัวแปร ดังนั้นค่าของ $value คือ 11 ภายในฟังก์ชัน จนกระทั่งสิ้นสุดฟังก์ชัน แล้วกลับไปยังคำสั่งที่เรียกภายในคำสั่งนี้ ตัวแปร $value เป็นอีกตัวแปร global scope และไม่มีการเปลี่ยนแปลง


☼ การส่งผ่านโดยการอ้างอิง (By Reference) 


ตามตัวอย่างฟังก์ชัน new_value ถ้าต้องการให้ฟังก์ชันเปลี่ยนแปลงค่าได้ มีวิธีหนึ่งในการแก้ไขคือ ประกาศ $value ในฟังก์ชันเป็น global แต่หมายความว่าในการใช้ฟังก์ชันนี้ ตัวแปรที่ต้องการเพิ่มค่าต้องตั้งชื่อเป็น $value แต่มีวิธีดีกว่าคือ ใช้การส่งผ่านโดยการอ้างอิง

การอ้างอิงไปตัวแปรต้นทางแทนที่มีค่าของตัวเอง การปรับปรุงไปยังการอ้างอิงจะมีผลกับตัวแปรต้นทางด้วย

การระบุพารามิเตอร์ที่ใช้การส่งผ่านโดยการอ้างอิงให้วาง ampersand (&) หน้าชื่อพารามิเตอร์ในข้อกำหนดฟังก์ชัน

ตัวอย่าง new_value () ได้รับปรับปรุงให้มี 1 พารามิเตอร์ส่งผ่านโดยการอ้างอิงและทำงานได้อย่างถูกต้อง

<?php

function new_value(&$value, $increment=1)
{

$value = $value + $increment;

}
?>

คำสั่งทดสอบฟังก์ชัน ให้พิมพ์ 10 ก่อนการเรียก increment () และ 11 ภายหลัง

ในการส่งค่าโดยการอ้างอิงต้องส่งเป็นตัวแปรไม่สามารถกำหนดค่าคงที่โดยตรง


☼ จำนวนตัวแปรของพารามิเตอร์ 


การส่งผ่านพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันนั้น การควบคุมของ PHP ได้กำหนดฟังก์ชันจำนวนหนึ่งให้ยอมรับจำนวนตัวแปรของพารามิเตอร์ ได้แก่ func_num_args, func_get_arg และ func_get_args

func_num_args() บอกจำนวนพารามิเตอร์ไปยังฟังก์ชันที่เรียก func_get_arg() แสดงค่าของพารามิเตอร์ตามดัชนี และ func_get_args() ส่งออก array ของพารามิเตอร์

<?php

function show_pass_value()
{

$idx = count(func_get_args());
echo " จำนวนพารามิเตอร์ $idx <br/>\n";

if ($idx > 0)
    echo ">> ใช้ฟังก์ชัน func_get_arg<br/>\n";

for ($i = 0 ; $i < $idx; $i++)
{

echo " พารามิเตอร์ที่ $i ค่า: ". func_get_arg($i)."<br/>\n";

}

if ($idx > 0)
    echo ">> ใช้ฟังก์ชัน func_get_args<br/>\n";

$params = func_get_args();

foreach ($params as $index => $val)
{

echo " พารามิเตอร์ที่ $index ค่า: $val<br/>\n";

}

echo " *********<br/>\n";

}

$x = 4 ;
show_pass_value("one", "two", 3 , $x, " ห้า" , " หก") ;
show_pass_value();

?>

ผลลัพธ์ 
จำนวนพารามิเตอร์ 6
>> ใช้ฟังก์ชัน func_get_arg 
พารามิเตอร์ที่ 0 ค่า: one
พารามิเตอร์ที่ 1 ค่า: two
พารามิเตอร์ที่ 2 ค่า: 3
พารามิเตอร์ที่ 3 ค่า: 4
พารามิเตอร์ที่ 4 ค่า: ห้า
พารามิเตอร์ที่ 5 ค่า: หก

>> ใช้ฟังก์ชัน func_get_args 
พารามิเตอร์ที่ 0 ค่า: one
พารามิเตอร์ที่ 1 ค่า: two
พารามิเตอร์ที่ 2 ค่า: 3
พารามิเตอร์ที่ 3 ค่า: 4
พารามิเตอร์ที่ 4 ค่า: ห้า
พารามิเตอร์ที่ 5 ค่า: หก

*********
จำนวนพารามิเตอร์ 0

*********


☼ Scope 


เมื่อต้องการใช้ตัวแปรภายในไฟล์ที่รวม ต้องมีการประกาศตัวแปรเหล่านั้นก่อนประโยคคำสั่ง require () หรือ include () แต่เมื่อใช้ฟังก์ชันจะเป็นการส่งผ่านตัวแปรเชิงประจักษ์เหล่านั้นไปยังฟังก์ชัน บางส่วนเป็นเพราะไม่มีกลไกส่งผ่านตัวแปรเชิงประจักษ์ไปยังไฟล์ที่รวม และบางส่วนเป็นเพราะ scope ของตัวแปรของฟังก์ชันแตกต่างกัน

การควบคุม scope ของตัวแปรเป็นการทำให้ตัวแปรมองเห็นได้ ใน PHP มีกฎตั้งค่า scope ดังนี้

- การประกาศตัวแปรภายในฟังก์ชันอยู่ใน scope จากประโยคคำสั่งซึ่งตัวแปรให้รับการประกาศภายในวงเล็บปีกกา สิ่งนี้เรียกว่า function scope ตัวแปรเรียกว่า local variable
- การประกาศตัวแปรภายนอกฟังก์ชันอยู่ใน scope จากประโยคคำสั่งซึ่งตัวแปรได้รับการประกาศที่สิ้นสุดแต่ไม่ใช้ภายในฟังก์ชัน สิ่งนี้เรียกว่า global scope ตัวแปรเรียกว่า global variable
- การใช้ประโยคคำสั่ง require () และ include () ไม่มีผลกับ scope ถ้าประโยคคำสั่งได้รับการใช้ภายในฟังก์ชัน ประยุกต์ด้วย function scope ถ้าไม่ได้อยู่ภายในฟังก์ชัน ประยุกต์ด้วย global scope
- คีย์เวิร์ด global สามารถระบุได้เองเพื่อกำหนดหรือใช้ตัวแปรภายในฟังก์ชันให้มี scope เป็น global
- ตัวแปร สามารถลบโดยการเรียก unset ($variable_name) และตัวแปรที่ unset จะไม่มี scope
- ตัวแปรระดับ superglobal สามารถเข้าถึงได้ทุกส่วนในสคริปต์


☼ ตัวแปรระดับฟังก์ชัน 



ตัวแปรระดับฟังก์ชันหรือ local variable เป็นการประกาศเพื่อใช้เฉพาะภายในฟังก์ชัน ไม่สามารถเรียกจากภายนอกฟังก์ชันได้

<?php

$newline = <<<NLSTRING
<br/>\n

NLSTRING;

$var_global = 10 ;

function show_value()
{

global $newline;
$var_local= 75 ;
echo "\$var_local 1: $var_local";
echo $newline;

}

show_value();
echo "\$var_global : $var_global";
echo $newline;
echo "\$var_local 2: $var_local";
echo $newline;

?>

ผลลัพธ์
$var_global 1 :
$var_local 1: 75

$var_global 2: 10

$var_local 2:

ตามตัวอย่างนี้ ตัวแปรระดับฟังก์ชัน $var_local ไม่สามารถแสดงผลในการพิมพ์ภายนอกฟังก์ชัน show_value() และ $var_global ที่เป็นตัวแปรระดับ global ไม่สามารถแสดงผลภายใน show_value() เพราะมี scope ต่างกัน


☼ ตัวแปรระดับ global 



ถ้าต้องการนำตัวแปรระดับ global มาใช้ภายในฟังก์ชันต้องประกาศด้วยคีย์เวิร์ด global ก่อนประโยคคำสั่งที่ใช้ตัวแปรนั้น ตัวอย่าง ฟังก์ชัน show_value() ใช้ $newline จากภายนอกฟังก์ชัน

global $newline;


☼ ตัวแปรสถิตย์ 



การประกาศตัวแปรสถิตย์ใช้ คีย์เวิร์ด static เมื่อมีการเรียกใช้ฟังก์ชัน โปรแกรมจะกำหนดค่าตัวแปรตามที่ระบุเพียงครั้งเดียว ถ้าเรียกซ้ำอย่างต่อเนื่องค่านี้จะเปลี่ยนแปลงตามการคำนวณ

<?php

function increment()
{

static $increase = 5 ;
$increase++;
echo $increase."<br/>\n";

}

$end = 5 ;

for ($i = 1 ; $i < $end; $i++)
    increment();

?>

ผลลัพธ์
6
7
8
9

ค่าของตัวแปรสถิตย์ได้รับการตั้งทุกครั้งเมื่อเรียกใช้ในครั้งต่อไป


☼ การส่งออกค่าจากฟังก์ชัน 



การส่งค่าออกจากฟังก์ชันใช้คีย์เวิร์ด return เช่นเดียวกับการออกจากฟังก์ชันได้ ถ้าไม่มีการระบุส่งออกฟังก์ชันจะส่งค่า NULL

ตัวอย่าง ฟังก์ชัน get_larger () สาธิตการส่งออกค่า

<?

function get_larger($x=NULL, $y=NULL)
{

if (!isset($x) || !isset($y))
    return " ไม่มีการส่งค่า" ;

if ($x > $y)
    return $x;
else if ($x < $y)
    return $y;
else
    return " ค่าเท่ากัน" ;

}

$sends = array();
$sends[0] = array('x' =>5);
$sends[1] = array('x' =>9, 'y'=>3);
$sends[2] = array('x' =>5, 'y'=>8);
$sends[3] = array('x' =>4, 'y'=>4);

foreach ($sends as $send)
{

echo "x = ".$send['x']." y = ".$send['y']." : ค่า - > "
.get_larger($send['x'], $send['y']);
echo "<br/>\n";

}

?>

ผลลัพธ์
x = 5 y = : ค่า - > ไม่มีการส่งค่า
x = 9 y = 3 : ค่า - > 9
x = 5 y = 8 : ค่า - > 8
x = 4 y = 4 : ค่า - > ค่าเท่ากัน

ฟังก์ชันที่ทำงานอาจเดียว แต่ไม่จำเป็นต้องส่งออกค่า มักจะส่งออก TRUE หรือ FALSE เพื่อระบุความสำเร็จหรือล้มเหลว ค่า TRUE หรือ FALSE สามารถได้รับการแสดงแทนด้วย 1 หรือ 0


☼ Recursion ☼ 



recursion ได้รับการสนับสนุนใน PHP ฟังก์ชันชนิดนี้เป็นการเรียกตัวเองและเป็นประโยชน์กับการบังคับโครงสร้างข้อมูลไดนามิคส์ เช่น รายการเชื่อมโยงและโครงสร้างต้นไม้ (tree)

โปรแกรมประยุกต์เว็บจำนวนไม่มากต้องการโครงสร้างข้อมูลซับซ้อนมากและจำกัดการใช้ เนื่องจาก recursion ช้ากว่าและใช้หน่วยความจำมากกว่าการทำงานวนรอบ ดังนั้นควรเลือกการทำงานแบบวนรอบปกติ ถ้าเป็นไปได้

ตัวอย่างการประยุกต์แบบย้อนกลับตัวอักษร

<?php

function word_reverse_r($str)
{

if (strlen($str)>0)
    word_reverse_r(substr($str, 1));

echo substr($str, 0, 1);
return;

}

function word_reverse_i($str)
{

for ($i=1; $i<=strlen($str); $i++)
{

echo substr($str, -$i, 1);

}

return;

}
?>

รายการคำสั่งของ 2 ฟังก์ชันนี้จะพิมพ์ข้อความย้อนกลับ ฟังก์ชัน word_reverse_r เป็น recursion ฟังก์ชัน word_reverse_i เป็นการวนรอบ

ฟังก์ชัน word_reverse_r ใช้ข้อความเป็นพารามิเตอร์ เมื่อมีการเรียกฟังก์ชันนี้ จะเกิดการเรียกตัวเองแต่ละครั้งส่งผ่านตัวอักษรที่ 2 ไปถึงตัวอักษรสุดท้าย

การเรียกฟังก์ชันแต่ละครั้งจะทำสำเนาใหม่ของคำสั่งในหน่วยความจำของแม่ข่าย แต่ด้วยพารามิเตอร์ต่างกัน ดังนั้นจึงเหมือนกับการเรียกคนละฟังก์ชัน

คำสั่งSQL


คำสั่ง SQL

1. SQL SELECT INTO
         เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยใช้การเลือกข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง นิยมใช้สำหรับการ Copy Table หรือทำการ Backup Table
          Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1,Column2,Column3,... INTO [New-Table] FROM [Table-Name]

Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

            Sample1 การเลือกข้อมูลตาราง customer เพื่อไปสำรองไว้ที่ customer_backup
SELECT * INTO customer_backup FROM customer

Output

Table : customer_backup

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.smith@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000



2.SQL UNION
           เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการรวมหลาย Query มารวมให้ใน Table เดียวกับ โดยจำนวน คอลัมบ์หรือฟิวด์นั้นจะต้องเท่ากันด้วย
           Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
UNION
SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
...

Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

Table : country

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

              Sample1 การรวมข้อมูลของตาราง customer และ country
SELECT CustomerID,Name FROM customer
UNION
SELECT CountryCode,CountryName FROM country

Output

CustomerID
Name
C001
Win Weerachai
C002
John Smith
C003
Jame Born
C004
Chalee Angel
TH
Thailand
EN
English
US
United states


3.SQL UPDATE
            เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลในตาราง (Table) โดยสามารถทำการแก้ไขได้หลายฟิวด์และหลายRecord ภายในคำสั่ง 1 คำสั่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Where ที่ผู้ใช้ได้เขียนขึ้น
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
UPDATE [Table-Name] SET Column1='Value1',Column2='Value2',... WHERE clause

Table : country

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina

             Sample1 การแก้ไขข้อมูลลงใน Table 
UPDATE country SET CountryCode = 'JP',CountryName='Japan' WHERE CountryCode = 'CH'

Output

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
JP
Japan


4.SQL LIMIT
             เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) ที่สามารถกำหนดจำนวนRecord ที่แสดงผลออกมาได้
Database : MySQL
Syntax
SELECT Column1, Column2, Column3,... FROM [Table-Name] ORDER BY [Fields] [ASC/DESC] LIMIT [Int-Start] , [Int-End]

Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

              Sample1 การเลือกข้อมูลที่มีการใช้ยอดเงินมากที่สุดจำนวน 2 Record 
SELECT * FROM customer ORDER BY Used DESC LIMIT 0,2

Output

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000


 5.SQL COUNT 
              เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการนับจำนวน Count Record ที่ค้นพบ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT COUNT(Column/Field) AS [New-Field] FROM [Table-Name]

Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

               Sample1 การเลือกข้อมูลจำนวนลูกค้าทั้งหมด
SELECT COUNT(CustomerID) AS CountCustomerID FROM customer

Output

CountCustomerID
4


6.SQL DISTINCT
              เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการเลือกข้อมูลที่ซ้ำกันมาเพียงแค่ Record เดียว
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT DISTINCT Column1,Column2,Column3,... FROM [Table-Name]

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

               Sample1 การเลือกข้อมูล CountryCode ที่ไม่ซ้ำกัน 
SELECT DISTINCT CountryCode FROM customer

Output

CountryCode
TH
EN
US


7.SQL INSERT
             เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเพิ่มข้อมูลลงในตาราง (Table) โดยสามารถเพิ่มได้ทั้งแถวหรือว่าเพิ่มในส่วนของแต่ละฟิวด์
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
INSERT INTO [Table-Name] (Column1,Column2,Column3,...) VALUES ('Value1','Value2','Value3',...)

Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

              Sample1 การเพิ่มข้อมูลลงใน Table 
INSERT INTO country VALUES ('CH','Chaina')
หรือ
INSERT INTO country (CountryCode,CountryName) VALUES ('CH','Chaina')

Output

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina


8.SQL LENGTH
               เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการนับข้อความในตำแหน่งที่ต้องการ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT LENGTH(Name) As MyLength FROM customer

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                Sample1 การเลือกข้อมูลโดยนับความยาวในฟิวด์ Name 
SELECT LENGTH(Name) AS MyLength FROM customer

Output

MyLength
13
11
9
12


9.SQL SUBSTRING
                 เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการตัดข้อความในตำแหน่งที่ต้องการ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT SUBSTR(Name,0,2) As MySubStr FROM customer

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                  Sample1 การเลือกข้อมูลโดยทำการตัดตำแหน่งที่ 1 ถึง 3 
SELECT SUBSTR(Name,1,3) AS MySubStr FROM customer

Output

MySubStr
Win
Joh
Jam
Cha


                  Sample2 การเลือกข้อมูลโดยทำการตัดตำแหน่งจากสุดท้ายไปทางซ้าย 3 หลัก และเริ่มนับไปทางขวาอีก      3 หลัก 
SELECT SUBSTR(Name,-3,3) AS MySubStr FROM customer

Output

MySubStr
hai
ith
orn
gel


 10.SQL IN 
                 เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยเลือกเฉพาะค่าที่กำหนด
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1, Column2, Column3,... FROM [Table-Name] WHERE [Field] IN ('Value1','Value2')
Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                  Sample1 การเลือกข้อมูลที่ CustomerID = C002 และ C003 
SELECT * FROM customer WHERE CustomerID IN ('C002','C003')

Output

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.smith@thaicreate.com
US
3000000
600000


ที่มา : http://www.thaicreate.com/